วันเสาร์, 25 พฤษภาคม 2562

งานประชาสัมพันธ์

ความเป็นมา

          วิทยาจารย์ป็นวารสารของวิชาชีพครูฉบับแรกในประเทศไทย ดำเนินงานโดยคุรุสภา มีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเป็นเจ้าของ ผู้ผลิต และจัดจำหน่าย ได้ดำเนินการเผยแพร่และจัดพิมพ์มาต่อเนื่องตั้งแต่ ร.ศ. 119 จนถึงปัจจุบัน

          วิทยาจารย์ เกิดขึ้นจากการที่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ได้หารือกันว่า สมควรที่จะมีวารสารทางการศึกษาขึ้นมาสักฉบับหนึ่ง เพื่อเป็นเวทีในการแสดงออกทางวิชาการในหมู่อาจารย์และผู้ที่เตรียมตัวจะเป็นครูอาจารย์ในอนาคต ให้ได้ทราบข่าวความเคลื่อนไหวทางการศึกษา พร้อมทั้งสรรพวิชาทั้งมวล อันมีสารัตถประโยชน์ และมีความก้าวหน้าที่หลากหลาย ประกอบกับทางกรมศึกษาธิการพิจารณาเห็นว่า หากมีวารสารที่พิมพ์เผยแพร่เป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ก็จะช่วยเสริมเติมเต็มการสั่งการหรือการประชุมทางราชการปกติได้มากขึ้น 

          วารสารวิทยาจารย์ ในสมัยแรกเริ่มเรียกว่า "หนังสือพิมพ์วิทยาจารย์" ฉบับปฐมฤกษ์ที่มีโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์เป็นเจ้าของ ได้ตีพิมพ์และออกวางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน   ร.ศ. 119 (พ.ศ. 2443) นับเป็นปีที่ 33 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีกำหนดออกปีละ 1 เล่ม โดยทยอยออกเป็นตอนๆ จำนวน 12 ตอน (เดือนละ 1 ตอน) แต่ละตอนบรรจุเนื้อหาไว้ประมาณ 40 หน้า และจัดพิมพ์เรียงหน้าต่อกัน คือ ตอนที่ 1 เริ่มจากหน้า 1-40 ตอนที่ 2 เริ่มจากหน้า 41-80 ต่อกันจนครบ 12 ตอน พอปีถัดไปก็จะขึ้นหน้า 1 ใหม่ บางปีกำหนดออก 24 ตอนก็มี จำนวนหน้าที่พิมพ์ก็ขึ้นอยู่กับเรื่องราวที่นำเสนอว่ามากน้อยเพียงใด 

          วิทยาจารย์ สมัยแรกๆ พิมพ์ที่โรงพิมพ์สรรพกิตย์ธนากร คราวแรกพิมพ์ 500 ฉบับ ขนาดหนังสือ 6 x 8 ½ นิ้ว เย็บอก (มุงหลังคา) ไม่มีปก จำหน่ายในราคาเล่มละ 48 อัฐ โดยสมาชิกจะได้รับ "วิทยาจารย์" ติดต่อกันครบทุกตอนเป็นประจำจนครบ 1 เล่ม 

          วิทยาจารย์ ได้พัฒนาขึ้นตามลำดับ เริ่มจากการเพิ่มหน้า เพิ่มปก และจัดทำดัชนีท้ายเล่ม พร้อมกับปรับปรุงรูปแบบของตัวเรียงให้สวยงามน่าอ่าน นอกจากนั้น ยังได้ปรับปรุงโครงสร้างของวารสาร โดยได้นำประกาศคำสั่ง สถิติทางการศึกษา การตอบปัญหาข้อราชการ และเรื่องชวนหัวเข้ามาลงพิมพ์ไว้อีกด้วย

          เมื่อมีการก่อตั้งคุรุสภาขึ้นตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 "วิทยาจารย์" จึงเปลี่ยนเจ้าของจากสามัคยาจารย์สมาคมมาเป็นของคุรุสภา ขณะนั้นมีการจัดตั้งโรงพิมพ์คุรุสภาขึ้น โดยพัฒนามาจากโรงพิมพ์วัดสังเวชที่สามัคยาจารย์สมาคมได้ริเริ่มก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 ทำให้รูปโฉมของวิทยาจารย์มีความทันสมัยมากขึ้นเป็นลำดับ เมื่อโรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าวเติบใหญ่ขึ้นจนเป็นโรงพิมพ์ที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียอาคเนย์ วิทยาจารย์จึงได้จัดพิมพ์ในระบบออฟเซทครั้งแรก พร้อมกับนำขนาดกระดาษมาตรฐานสากลมาใช้ อักษรและภาพที่พิมพ์ก็เปลี่ยนจากบล็อกตะกั่วมาเป็นเพลทสังกะสี 

          อย่างไรก็ดีความยากของการพิมพ์ระบบออฟเซทอยู่ที่การทำเพลทแม่พิมพ์ต้นฉบับซึ่งต้องการห้องมืดและต้องใช้สารเคมีต่างๆ ในการจัดทำ ทำให้วิทยาจารย์ไม่สามารถออกได้ทันตามกำหนดในแต่ละเดือน เป็นเหตุให้สมาชิกของวิทยาจารย์ลดลง ประกอบกับราคาค่ากระดาษแพงขึ้นทุกปี แต่วิทยาจารย์ยังคงตรึงราคาปกเท่าเดิม จึงทำให้ต้องงดพิมพ์ไปบ้างเป็นบางเดือนตามความจำเป็น 

          ในปี พ.ศ. 2532 คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ได้มีมติให้องค์การค้าของคุรุสภาจัดพิมพ์วิทยาจารย์ต่อจากคุรุสภา โดยองค์การค้าฯ ได้พิมพ์วิทยาจารย์แจกฟรีให้แก่โรงเรียน โรงเรียนละ 1 เล่ม แต่หากสมาชิกของคุรุสภาหรือบุคคลทั่วไปสนใจก็สามารถบอกรับเป็นสมาชิกได้ โดยมตินี้ทำให้ "วิทยาจารย์" ยังคงเป็นวารสารเก่าแก่ของครูไทยตลอดมา 

          เมื่อมีการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ โดยประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และมีการตรากฎหมายเกี่ยวกับวิชาชีพครู คือ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ตามมา ทำให้คุรุสภาต้องปรับโครงสร้างภายใน เกิดองค์กรขึ้น 2 องค์กร คือ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า "คุรุสภา" ทำหน้าที่ด้านมาตรฐานวิชาชีพหลักใหญ่ และ "คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา" ทำหน้าที่ในการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู การปฏิรูปภายในองค์กรของคุรุสภาครั้งนี้ ทำให้วิทยาจารย์ขาดหายไปจากแวดวงวารสารระยะเวลาหนึ่ง ต่อมาคณะกรรมการคุรุสภาได้มีมติให้คุรุสภารับโอนวารสารวิทยาจารย์จากองค์การค้าของคุรุสภามาดำเนินการต่อ และได้มีการออกวารสารวิทยาจารย์ขึ้นอีกครั้ง ตั้งแต่ฉบับประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2548 เป็นต้นมา 

           ในยุคนี้ "วิทยาจารย์" ได้ปฏิรูปตัวเองด้วยการปรับรูปเล่มให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นขนาด A4 (210 x 297 มม.) มีปกสี่สีสวยงาม ภายในพิมพ์ด้วยกระดาษปอนด์ตลอดทั้งเล่ม ทั้งหน้าขาวดำและหน้าสี่สี ด้วยมาตรฐานอันดีของวารสาร ส่งผลให้นักวิชาการ นักคิด นักเขียน และนักวิจารณ์ ส่งบทความมาลงตีพิมพ์กว้างขวางขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

          แม้ว่าจะมีเหตุให้การดำเนินการต้องสะดุดหยุดลงบ้างด้วยเหตุการณ์แวดล้อมในแต่ละยุคแต่ละสมัย ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน หรือการนำเสนอเรื่องราวที่กระทบต่อการบริหารหรือผู้มีอำนาจ แต่ด้วยพลังแห่งศรัทธาและอำนาจแห่งความดี รวมทั้งคุณูปการของครูที่มีต่อแผ่นดิน "วิทยาจารย์" ก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน และจะยังคงอยู่เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาไทยตลอดไป